ในสมัยก่อนมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกับปัจจุบัน อาทิ ด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย อาชีพ บางสำนวนได้รับอิทธิพลมาจากผู้เฒ่า ผู้แก่ ด้วยปัจจัยหลายอย่างจึงส่งผลให้เกิดสำนวนที่ติดปากคนในสังคมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันอย่างล้นหลาม
สำนวน หมายถึง คำกล่าวเชิงเปรียบเทียบเพื่อนำไปใช้อธิบายพฤติกรรมการกระทำ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งนั้นตรง ๆ สำนวนเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานานจึงมีการเรียงคำหรือใช้คำที่แน่นอน มีการตีความเป็นแบบแผน และใช้เปรียบเทียบหรืออธิบายเรื่องราวโดยเฉพาะ
หลักสังเกต > ๑.มีความหมายเป็นนัยแฝงอยู่ กินความกว้าง หรือลึกซึ้ง
๒.มีความหมายแตกต่างไปจากความหมายเดิมของคำ ๆ นั้น
๓.มักปรากฎเป็นถ้อยคำสั้น คมคาย เช่น
ตัวอย่าง ดอกไม้ริมทาง
ความหมายตรง > ดอกไม้ที่อยู่ริมทาง
ความหมายแฝง > ผู้หญิงที่ใจง่าย
สุภาษิต หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นคติเตือนใจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสอนให้ละเว้น หรือ ปฏิบัติ มักมีคำว่า “อย่า” “ให้” อยู่ในถ้อยคำนั้นด้วย การสอนนั้นอาจเป็นการสอนตรงๆ หรือสอนด้วยความหมายที่แฝงไว้ให้ขบคิด ซึ่งต้องแปลความหมายของถ้อยคำนั้นเพื่อให้ทราบเรื่องที่ต้องการสอน ถ้อยคำที่เป็นสุภาษิตมักใช้คำสั้นๆ กะทัดรัด กินใจ อาจมีสัมผัสคล้องจอง หรือใช้คำที่แปลกชวนให้สะดุดใจและให้คิดตีความ
หลักสังเกต > ๑.สุภาษิตมักเป็นคำสอน, ข้อคิด, คติธรรม
๒.ลักษณะคล้ายกับพระธรรมคำสอน
ตัวอย่าง ตนเป็นพึ่งแห่งตน หมายถึง สอนให้พึ่งพาตนเอง
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย หมายถึง สอนให้มีสติ
น้ำขึ้นให้รีบตัก หมายถึง สอนให้รีบคว้าโอกาส
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยอุปมาที่กล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราวหรือ ความเป็นไปในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ และจดจำเป็นอย่างยิ่ง
หลักสังเกต > ๑.เป็นถ้อยคำอุปมา
๒.กล่าวเสียดสี
๓.มักมีมูลเหตุชัดเจน
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างสำนวน สุภาษิต และคำพังเพย กันนะครับ
ขอบคุณภาพจาก Thaigoodview
วัวหายล้อมคอก
ที่มาของสำนวน เป็นการเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านสมัยก่อนนิยมเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยตามธรรมชาติ โดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัย
สถานการณ์ตัวอย่าง เมื่อของมีค่าภายในบ้านหายพึ่งจะมาติดกล้องวงจรปิด

ขอบคุณภาพจาก Google Sites
กินบนเรือนขี้บนหลังคา
กินปูนร้อนท้อง

ขอบคุณภาพจาก Thaigoodview
ขว้างงูไม่พ้นคอ
ขอบคุณภาพจาก Liekr
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
ขอบคุณภาพจาก Ask
จับปลาสองมือ
ขอบคุณภาพจาก sites.google.com/
กินที่ลับขับที่แจ้ง
หมายถึงการได้ประโยชน์กันในที่ลับไม่มีใครรู้
แต่ต่อมามีการขัดข้องกันจึงนำเรื่องที่เคยทำนั้นมาเปิดเผยให้หลายๆคนรับรู้มักใช้ในเชิงชู้สาว
ที่มาของสำนวน การกินอาหารในที่ส่วนตัวไม่มีใครเห็น
แต่เมื่อเวลาถ่ายกลับถ่ายในที่มีคนเห็นมากมายซึ่งเป็นการทำที่ไม่ดี
สถานการณ์ตัวอย่าง การรับสินบน หรือ การรับเงินใต้โต๊ะ
เมื่อต่างฝ่ายเคลียร์กันไม่ลงตัว ต่างฝ่ายเลยเอาความลับมาเผย
กินที่ลับขับที่แจ้ง
หมายถึงการได้ประโยชน์กันในที่ลับไม่มีใครรู้
แต่ต่อมามีการขัดข้องกันจึงนำเรื่องที่เคยทำนั้นมาเปิดเผยให้หลายๆคนรับรู้มักใช้ในเชิงชู้สาว
ที่มาของสำนวน การกินอาหารในที่ส่วนตัวไม่มีใครเห็น
ที่มาของสำนวน การกินอาหารในที่ส่วนตัวไม่มีใครเห็น
แต่เมื่อเวลาถ่ายกลับถ่ายในที่มีคนเห็นมากมายซึ่งเป็นการทำที่ไม่ดี
สถานการณ์ตัวอย่าง การรับสินบน หรือ การรับเงินใต้โต๊ะ
เมื่อต่างฝ่ายเคลียร์กันไม่ลงตัว ต่างฝ่ายเลยเอาความลับมาเผย
ขอบคุณภาพจาก proverbthai.com
กินน้ำใต้ศอก
กินน้ำใต้ศอก
หมายถึง ไปในทางที่ว่าถึงจะได้อะไรสักอย่างก็ไม่เทียมหน้าหรือไม่เสมอหน้าเขา
ที่มาของสำนวน คนในสมัยก่อนอธิบายว่า
คนหนึ่งเอาสองมือรองน้ำมากิน มากิน อีกคนหนึ่งรอหิวไม่ไหวเลยเอาปากเข้าไปรองน้ำที่ไหลลงมาข้อศอก
ของคนกอบน้ำกินนั้นเพราะรอหิวไม่ทันใจ
สถานการณ์ตัวอย่าง เช่นหญิงที่ได้สามี
แต่ต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย ก็เรียกว่า “กินน้ำใต้ศอกเขา”

ขอบคุณภาพจาก Google Sites
กินบนเรือนขี้บนหลังคา
หมายถึง คนที่เนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณคน
ที่มาของสํานวน มาจากที่คนโบราณเอาลักษณะของแมวที่ไม่ดี
คือกินแล้วถ่ายไม่เป็นที่ โดยขึ้นไปขี้บนหลังคาให้เป็นที่สกปรกเลอะเทอะเพราะคนสมัยก่อนต้องการให้หลังคาสะอาดเพื่อรองน้ำฝนไว้กิน
จึงเอาแมวที่ทำไม่ดีนี้ มาเปรียบเทียบกับคนชั่วที่ไม่รู้จักบุญคุณคน
สถานการณ์ตัวอย่าง เปรียบได้กับคนที่อาศัยพักพิงบ้านเขาอยู่แล้ว
คิดทำมิดีมิ ชอบให้เกิดขึ้นภายในบ้านนั้น ทำให้เจ้าของบ้านที่ให้อาศัยต้องเดือดร้อน
ขอบคุณภาพจาก MeePanda
หมายถึง เมื่อกระทำความผิดแล้วกลัวว่าคนอื่นจะจับได้ว่าตนได้กระทำความผิดไว้
โดยแสดงอาการมีพิรุธ แสดงอาการเดือดร้อนออกมาให้เห็นเอง
ซึ่งถ้านิ่งไว้ก็ไม่มีใครรู้
ที่มาของสำนวน เกิดจากการที่คนเราเอาปูน
(ปูนกินหมาก) มาล่อให้ตุ๊กแก หรือจิ้งจกกิน
ซึ่งเมื่อมันกินเข้าไป มันจะมีอาการร้อนท้อง ส่งเสียงร้องแก้กๆ
สถานการณ์ตัวอย่าง นิดขโมยยางลบของปานไป
ปานเลยถามหาว่าใครเห็นยางลบของตนไหม แต่นิดกับโวยวายขึ้นมาว่า อย่ามาโทษฉันนะ
ทั้งๆที่ปานยังไม่ได้กล่าวหาเลย แสดงถึงพิรุธ หรือ ร้อนตัวไปเอง
ขอบคุณภาพจาก PPTV
ขนทรายเข้าวัด
หมายถึง การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
และปัจจุบันยังหมายถึงประเพณีไทยชนิดหนึ่งอีกด้วย
ที่มาของสำนาน สมัยก่อนวัดต่างๆจะมีกองทรายของแต่ละวัด
แต่จะมีชาวบ้านนำทรายออกจากวัดเพื่อไปทำที่, ซ่อมบ้าน
หรือแม้แต่การที่เดินออกจากวัดแล้วทรายติดออกมาด้วย ถือว่าเป็นหนี้สงฆ์
คนสมัยก่อนจึงได้มีประเพณีขนทรายเข้าวัด เพื่อให้ชาวบ้านนำ ทรายมาคืนวัดเพื่อจะได้ไม่ติดหนี้สงฆ์
สถานการณ์ตัวอย่าง กลุ่มคนร่วมมือกันทำความสะอาดถนนในหมู่บ้าน
สถานการณ์ตัวอย่าง กลุ่มคนร่วมมือกันทำความสะอาดถนนในหมู่บ้าน
ขอบคุณภาพจาก Thaigoodview
ขว้างงูไม่พ้นคอ
หมายถึง ผู้นั้นมีปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
พยายามจะปัดปัญหาให้พ้นจากตัว แต่แล้วก็ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบไปได้ ต้องได้รับผลกระทบจากปัญหานั้นอยู่ดี
ที่มาของสํานวน เปรียบเหมือนกับการขว้างงูออกไปจากตัว
แต่เนื่องจากงูตัวยาวจึงยังใช้หางรัดคอผู้ขว้างไว้อยู่ดี
ผู้ขว้างจึงไม่สามารถขว้างงูให้พ้นจากตนเองได้
สถานการณ์ตัวอย่าง คนขับรถชนคนตายแล้วพยายามจะหนีความผิดนี่
แต่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ สุดท้ายก็ต้องถูกจับดำเนินคดี
ขอบคุณภาพจาก Liekr
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
หมายถึง บุคคลที่มีความรู้วิชาการเป็นอย่างดี
แต่ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ไม่เหมือนคนที่รู้น้อย
แต่มีประสบการณ์มากมายที่สามารถเอาตัวรอดได้
ที่มาของสำนวน การเอาคนที่มากด้วยความรู้มาเปรียบเทียบกับผู้ที่มากด้วยประสบการณ์
ให้แสดงถึงการแก่ปัญหานั้นๆ
สถานการณ์ตวอย่าง
นักเรียนคนหนึ่งเรียนได้เกรด 4 ทุกวิชา เป็นเพราะเขามีความรู้มากกว่าเพื่อน
แต่เขาไม่มีทักษะในการใช้ชีวิต ทำให้ชีวิตเขามีความทุกข์
ขอบคุณภาพจาก Ask
จับปลาสองมือ
หมายถึง การที่คนๆหนึ่งทำสิ่งใดที่ยากพร้อมๆกันทำให้ล้มเหลวทั้งสองสิ่งนั้น
สำนวนนี้นิยมใช้กับ ผู้ชายที่เกี้ยวผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน
ซึ่งผลสุดท้ายแล้วผู้ชายคนนั้นจะมีตามมา
ที่มาของสํานวน เปรียบได้กับการใช้มือจับปลาตัวเดียวให้มั่นดีกว่าจับด้วยมือเดียวหรือข้างละตัว
ซึ่งอาจจะไม่มั่นพอ ทำให้ปลาทั้งสองตัวหลุดตกน้ำไปหมด
สถานการณ์ตัวอย่าง อรุนาจะเอาทั้ง ธาดา และ วศิน โดยไม่เลือกคนใดคนหนึ่ง สุดท้าย อรุนา อาจจะต้องพัง และ
ไม่เหลือใคร
ขอบคุณภาพจาก learn2speak
งมเข็มในมหาสมุทร
งมเข็มในมหาสมุทร
หมายถึง การค้นหาอะไรบางอย่างที่หายากในพื้นที่การหานั้น
มีบริเวณกว้างใหญ่ ซึ่งยากแก่การหาของให้พบได้
ที่มาของสํานวน เปรียบเทียบการหาเข็มชิ้นเล็ก
ในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ การค้นหาจึงยากมากแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
สถานการณ์ตัวอย่าง หญิงสาวคนหนึ่งต้องการล้วงความลับของเพื่อนเธอ
แต่ก็ไม่สามารถรับรู้ความในใจของเธอได้

ขอบคุณภาพจาก Supasit DD
ดินพอกหางหมู
หมายถึง นิสัยที่ชอบปล่อยให้การงานคั่งค้างสะสม
ผัดวันประกันพรุ่ง เกียจคร้าน ไม่ยอมทำให้สิ่งนั้นสำเร็จเสร็จสิ้นโดยเร็ว
จนในที่สุดการงานต่างก็สะสมพอกพูนขึ้นจนยากที่จะสะสางให้เสร็จได้โดยง่าย
ที่มาของสำนวน เปรีบยนิสัยของหมูที่กินเสร็จแล้วก็มานอนแช่โคลนโดยไม่ทำอะไร
ทำให้ดินติดห่างเป็นก้อนเลยนำมาเป็นสำนวนไทย
สถานการณ์ตัวอย่าง นักศึกษาชอบสะสมงานที่อาจารย์สั่ง
ทำให้งานเพิ่มขึ้น เยอะขึ้น เลยยากที่จะทำงานต่างๆนั้นให้เสร็จโดยเร็ว

ปลาหมอตายเพราะปาก
หมายถึง คนที่พูดพล่อยจนได้รับอันตราย หรือ
คนที่พูดจาไม่ระวังจนนำอันตรายหรือความลำบากมาสู่ตนเอง
ที่มาของสำนวน โบราณท่านจึงเปรียบไว้เหมือนปลาหมอที่ต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ
ทำให้ตัวเองได้รับอันตรายหรือถูกจับได้
สถานการณ์ตัวอย่าง การพูดจาพาดพิงถึงผู้อื่นในเรื่องเสียๆ ทำให้ผู้ที่ถูกพาดพิงเอาเรื่อง หรือ แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้พาดพิง

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
หมายถึง คนที่มีอำนาจน้อยกว่าย่อมตกเป็นเหยื่อของคนที่มีอำนาจมากกว่า
ที่มาของสำนวน โดยนำธรรมชาติของปลามาเปรียบเทียบ
โดยจะเห็นได้ว่า ปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าก็จะกินปลาที่มีขนาดเล็กกว่าเป็นอาหาร
สถานการณ์ตัวอย่าง พนักงานขั้นน้อย
หรือตำแหน่งน้อย ถูกผู้จักการโกงเงินโบนัสรายปี

แกว่งเท้าหาเสี่ยน
หมายถึง
คนที่ชอบรนหาที่
หาเรื่องใส่ตัว ไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นโดยไม่จำเป็น จนตัวเองได้รับความเดือดร้อน
ที่มาของสํานวน
เปรียบเปรยถึงการนำเท้าเปล่าของตนเอง ไปแกว่งในพื้นดินจนเท้าตัวเองถูกเสี้ยนตำ
สถานการณ์ตัวอย่าง แกว่งเท้าหาเสี้ยนแท้ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี
ไปช่วยตำรวจจับโจร จนตัวเองต้องโดนลูกหลง เกือบเอาชีวิตไม่รอด หรือ เตือนแล้วว่าอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน
ช่วยเหลือ ให้ที่พักอาศัยคนทำผิด จนตำรวจตามมาถึงบ้าน

เข็นครกขึ้นภูเขา
หมายถึง เรื่องที่กำลังจะทำนั้นจะทำให้สำเร็จนั้นทำได้ยากลำบากต้องใช้ความพยายามและความสามารถอย่างมาก
ที่มาของสำนวน : โบราณท่านจึงเปรียบเอาไว้เหมือนกับการเข็น
กลิ้ง หรือดันให้ครก ซึ่งมีน้ำหนักมาก ให้ขึ้นไปบนภูเขาซึ่งมีความสูง
เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและลำบากยิ่ง
สถานการณ์ตัวอย่าง จ้านายครับ
การระดมทุนเพื่อการเพิ่มทุนของบริษัทในภาวะเช่นนี้ยากมากนะครับ ยากซะยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก

กำขี้ดีกว่ากำตด
หมายถึง การที่คนๆนั้นจะเลือกสิ่งที่มีมูลค่าหรือคุณค่าน้อยว่าแต่ว่าจะได้แน่ๆ
ดีกว่าการเลือกสิ่งที่มีคุณค่าหรือมูลค่าสูงกว่า
แต่ยังมีความไม่แน่นอนในการได้มาของสิ่งนั้นๆ หรือสื่ออีกความหมายหนึ่งคือ
ได้อะไรมาบ้างแน่ๆ ดีกว่าความหวังสูง แต่อาจจะไม่ได้อะไรเลย
ที่มาของสำนวน เปรียบเปรยจาก
การกำขี้นั้นยังเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่ตดนั้นไม่สามารถที่จะจับต้อง ได้
สถานการณ์ตัวอย่าง วันนี้แม่ค้าขายขนมครกที่ตลาด
แต่ขายได้เท่าทุน
มะพร้าวห้าวมาขายสวน
หมายถึง อวดรู้หรือสั่งสอนผู้อื่นกับเรื่องที่เขารู้ดีอยู่ แล้ว
ที่มาของสํานวน สำนวนนี้เปรียบเปรยถึงการนำมะพร้าวห้าว(มะพร้าวแก่จัด)
ไปหลอกขายคนสวนมะพร้าวซึ่งชาวสวนนั้นมีความรู้ด้านมะพร้าวเป็นอย่างดี
สถานการณ์ตัวอย่าง : เธออวดรู้กับครูของเธอ

เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง
หมายถึง สำนวนสุภาษิตนี้หมายถึงขัดขวางหรือคัดค้านการทำงานของกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า
มีแต่จะทำให้เดือดร้อน เสียหาย หรือได้รับอันตราย
ที่มาของสำนวน การนำไม้ซีกที่มีขนาดเล็ก
ไปงัดไม้ซุงที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยปกติจะไม่สามารถงัดขึ้นมาได้
นอกจากนั้นก็ส่งผลให้ไม้ซีกแตกหรือหักด้วย
สถานการณ์ตัวอย่าง สมชายเป็นพนักงานทั่วไปในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาไม่ปฏิบัติตามนโยบายของผู้บริหาร
แล้วยังต่อต้านนโยบายดังกล่าวด้วยการชักชวนให้พนักงานคนอื่นๆให้เห็นด้วยกับตน
เมื่อเรื่องทราบถึงผู้บริหารสมชายจึงถูกไล่ออก
พูดดีเป็นศรีแก่ตัว
พูดชั่วพาตัวเสียหาย
หมายถึง พูดจาไพเราะอ่อนหวานก็จะเป็นศิริมงคลกับตัวเอง แต่ถ้าหากพูดจาไม่ดีก็จะได้รับอันตรายได้
ที่มาของสำนวน คือการพูดจาของผู้คน
คนที่พูดจาดีก็จะมีแต่คนรัก แต่คนที่พูดจาไม่ดีก็จะทำให้คนรอบข้างไม่ชอบ
สถานการณ์ตัวอย่าง
วิชัยเป็นพ่อค้าขายอาหารตามสั่ง พูดจาดี ใคร ๆ ชอบมากิน
ขอบคุณข้อมูลจาก ครูกวาง และรูปภาพจากแหล่งต่าง ๆ
จัดทำโดย นายวรพล ลิมยศวัฒน์ รหัส 019
นายธนาวิน เนตรอำพันธ์ รหัส 015
จัดทำโดย นายวรพล ลิมยศวัฒน์ รหัส 019
นายธนาวิน เนตรอำพันธ์ รหัส 015


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น